วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

รายงานพัฒนาการเจ้าตัวเล็ก อายุ 54 วัน (20 ก.ค. 52)

ขณะที่นอนหลับในช่วงกลางดึก ลูกหมีนอนดิ้นห่างไปจากตัวหลินฮุ่ย หลินฮุ่ยใช้มือดันลูกเข้าหาตัวเอง ขยับท่อนแขนบังลูกเอาไว้ แล้วหลับไปพร้อมกัน เมื่อหลินฮุ่ยลุกไปขับถ่าย ลูกหมีนอนลำพังสักพักจึงตื่น สังเกตได้ชัดว่าลูกหมีลืมตา เชิดใบหน้าขึ้นสูงส่ายหน้ามองไปมา ถีบตัวเองคลานไปตามพื้น ลูกหมีใช้จมูกดมบริเวณพื้นที่ตัวเองนอนและหาว หลินฮุ่ยกลับมานั่ง ดมลูก เลียบริเวณใบหน้า ใบหู ลำตัวของลูกหมีที่นอนอยู่บนพื้นคอก ลูกหมีเห็นแม่อยู่ใกล้ๆจึงพยายามคลานเข้าหาแม่ หลินฮุ่ยเลียลูกสักพักจึงคาบลูกขึ้นมาอุ้ม เลียทวารหนักให้แก่ลูกหมีเมื่อเสร็จแล้วหลินฮุ่ยจึงให้ลูกกินนม ลูกหมีส่งเสียงครางเล็กๆขณะกินนมแม่

สำหรับหลินฮุ่ยสามารถกินไผ่ตงได้ทั้งส่วนของลำต้นและส่วนของใบ กินอาหารเสริม ผลไม้ และขับถ่ายเป็นไปอย่างปกติ

ขอขอบคุณ

สวนสัตว์เชียงใหม่ องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

รายงานการพัฒนาการเจ้าตัวเล็ก อายุ 52 วัน (18 ก.ค 52)

หลินฮุ่ยตื่นนอนในช่วงกลางคืนลูก หมีนอนหงายท้องอยู่บนพื้นคอก หลินฮุ่ยเลียทำความสะอาดบริเวณหน้าท้อง ซอกแขน ของลูกหมี จากนั้นใช้จมูกดันให้ลูกหมีนอนตะแคงข้างและเลียทำความสะอาดบริเวณข้างลำตัว ลูกหมีร้องครางเบาๆ หลินฮุ่ยจึงคาบลูกขึ้นมากอดและให้นม ช่วงกลางคืนและตอนเช้าสังเกตเห็นลูกหมีดูดนมได้อย่างชัดเจน

ประมาณ 10.00 น. พี่เลี้ยงพยายามที่จะแยกลูกหมีออกมาเพื่อตรวจสุขภาพแต่หลินฮุ่ยเพิ่งตื่นนอน จึงยังไม่สามารถแยกลูกได้ในทันที เนื่องจากหากตื่นนอนแล้วหลินฮุ่ยมักจะทำความสะอาดให้แก่ลูกโดยการเลียทั่ว ตัวให้สะอาด และลูกหมีก็ดิ้นกินนม ฝ่ายพี่เลี้ยงจึงต้องปล่อยให้หลินฮุ่ยทำกิจกรรมให้เสร็จสิ้นก่อน

เวลาประมาณ 11.00 น. เมื่อหลินฮุ่ยทำความสะอาดลูกหมีและป้อนนมให้ลูกเสร็จ พี่เลี้ยงจึงเรียกให้หลินฮุ่ยมากินอาหาร ช่วงเวลานั้นจึงสามารถแยกลูกหมีได้ วันนี้ลูกหมีมีน้ำหนัก 2900 กรัม เพิ่มขึ้นจากวันที่ 15 กรกฎาคม 2552 225 กรัม ส่วนขนาดลำตัวยาว 44 เซนติเมตร ความลึกของซอกหูลึกมากขึ้น ดวงตาใสขึ้นมาเล็กน้อยแต่ยังมีความขุ่นอยู่มาก เจ้าหน้าที่จีนแนะนำให้ใช้มือลูบไล้ไปตามลำตัวของลูกหมี เนื่องจากลูกหมีมีขนฟูเต็มที่แล้ว ทำให้ไม่สามารถมองเห็นผิวหนังหรือบาดแผลที่เกิดขึ้นบนร่างกายของลูกหมี หากร่างกายของลูกหมีมีบาดแผลเมื่อมือสัมผัสโดนลูกหมีจะร้องเพราะเจ็บ หากลูกหมีไม่ร้องแสดงว่าร่างกายไม่ได้รับการบาดเจ็บใดๆ

จากการตรวจลูกหมีวันนี้ลูกหมีมี สุขภาพร่างกายแข็งแรงดี และมีท่าทีง่วงนอนเพราะเพิ่งจะกินนมจากแม่หลินฮุ่ยมานั่นเอง

ขอขอบคุณ

สวนสัตว์เชียงใหม่ องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

รายงานพัฒนาการเจ้าตัวเล็ก อายุ 51 วัน (17 ก.ค. 52)

บริเวณคอกกักของหลินฮุ่ยแบ่ง เป็น 3 ส่วน ส่วนแรกที่เป็นคอกนอนของหลินฮุ่ยมีขนาดใหญ่ที่สุด ส่วนที่สองคือส่วนที่หลินฮุ่ยใช้คลอดลูกและเลี้ยงลูกซึ่งมีขนาดห้องเล็กกว่า ส่วนแรก ส่วนที่สามเป็นส่วนที่หลินฮุ่ยรอปล่อยลงส่วนจัดแสดงกลางแจ้งและเป็นบริเวณ ที่หลินอุ่ยใช้ในการขับถ่ายมากที่สุดซึ่งเป็นส่วนที่มีขนาดเล็กสุดในคอกกัก ในช่วงกลางคืนพี่เลี้ยงให้ไผ่แก่หลินฮุ่ยในส่วนแรกที่เป็นคอกนอน หลินฮุ่ยจะนั่งเลี้ยงลูกอยู่ในพื้นที่ส่วนที่สองคือพื้นที่คลอด หลินฮุ่ยหันมองดูไผ่และหันกลับมามองดูลูกหมีจากนั้นหลินฮุ่ยใช้มือประคอง พร้อมกับใช้ปากคาบลูกมายังบริเวณคอกนอนและวางลูกไว้ในมุมห้องที่ห่างจากพี่ เลี้ยงกว่าเดิม จากการสังเกตพฤติกรรม หลินฮุ่ยมีการเรียนรู้ในการเลี้ยงลูก เนื่องเพราะลูกหมีมีขนาดใหญ่ขึ้นและเริ่มคลานได้บ้าง เป็นพฤติกรรมที่แสดงให้ทราบถึงความห่วงใยในความปลอดภัยของแม่หมีที่มีต่อลูก หมี ถึงแม้ลูกหมีจะมีขนาดใหญ่แต่หลินฮุ่ยก็ยังต้องดูแลไม่ให้ลูกหมีห่างไกลสายตา ของตน

เมื่อทั้งสองตัวย้ายมานอนส่วนคอกนอน หลินฮุ่ยนอนบังลูกไว้จากสายตาพี่เลี้ยงแต่เมื่อผ่านไปสักระยะหลินฮุ่ยรู้สึก ปลอดภัยและสามารถมองเห็นลูกได้อย่างถนัด หลินฮุ่ยจึงกินไผ่ตามปกติ เมื่อกินเสร็จหลินฮุ่ยกลับไปนอนใกล้ๆกับลูก ในช่วงเช้าประมาณ 8 นาฬิกา หลินฮุ่ยเลียทวารหนัก ลำตัว ใบหน้าให้แก่ลูกหมี เมื่อเลียลูกหมีเสร็จจึงให้ลูกหมีกินนม พี่เลี้ยงสามารถสังเกตเห็นลูกหมีกินนมได้อย่างชัดเจน

ขอขอบคุณ

สวนสัตว์เชียงใหม่ องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

รายงานพัฒนาการเจ้าตัวเล็ก อายุ 51 วัน (16 ก.ค. 52)

ในช่วงกลางคืนหลินฮุ่ยและลูกหมีแยก กันนอนโดยหันหลังชนกัน หลินฮุ่ยตื่นเหยียดตัวเพื่อคลายความเมื่อยล้าของร่างกาย ส่วนเจ้าลูกหมีที่นอนอยู่ด้านข้างก็พยายามเหยียดร่างกายและหาว แล้วหลับต่อ หลินฮุ่ยลุกไปกินไผ่ กินเสร็จจึงกลับมานอนใกล้ๆลูก หลินฮุ่ยนอนแยกกับลูกหมีทั้งคืน ทำให้ทราบถึงการเจริญเติบโตทางด้านร่างกายของลูกหมีอย่างชัดเจน ซึ่งต่างจากช่วงแรกเกิดที่หลินฮุ่ยต้องกอดลูกหมีอยู่ตลอดเวลาเพราะลูกหมีมี ขนปกคลุมร่างกายเพียงน้อยนิด แต่ปัจจุบันลูกหมีมีขนปกคลุมยาวและหนาจึงสามารถนอนลำพังได้ยาวนานมากขึ้น เป็นผลดีต่อหลินฮุ่ยที่ได้พักผ่อนอย่างต่อเนื่องไม่หลับๆตื่นๆและมีเวลาได้ กินไผ่มากขึ้นอีกด้วย

ช่วงเช้าเมื่อลูกหมีตื่นนอนพยายามคลานและส่งเสียงครางเป็นระยะๆหลินฮุ่ยลุกคาบลูกนั่งให้นมและเลียตัวลูกหมีอย่างเช่นทุกวัน

ขอขอบคุณ

สวนสัตว์เชียงใหม่ องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม


พัฒนาการลูกหมีแพนด้า อายุ 34 วัน (30 มิ.ย. 52)

ในช่วงสองวันที่ผ่านมาหลิน ฮุ่ยกินไผ่ได้ดีขึ้นมาก ชอบกินใบไผ่ตง สามารถนั่งกินในบริเวณแยกส่วนกับลูกหมีเป็นเวลาเกือบ 1 ชั่วโมง พี่เลี้ยงสามารถให้กินแบบกิ่งขนาดยาวได้ ไม่ต้องตัดหรือเด็ดให้อย่างที่เคยทำมาในช่วงก่อนหน้า เนื่องจากหลินฮุ่ยเดินมานั่งกินไผ่แยกจากลูก กิ่งไผ่จะไม่สามารถโดนลูกได้ พี่เลี้ยงสามารถเรียกให้หลินฮุ่ยวางลูก และเดินมากินอาหารในช่วงเวลาที่กำหนด หลินฮุ่ยวางลูกไว้ได้นานขึ้นเข้าใกล้ 1 ชั่วโมง

สำหรับการตรวจสุขภาพลูกแพนด้า น้ำหนักปัจจุบัน 1700 กรัม ความยาวลำตัว 35 เซนติเมตร เพิ่มขึ้นจากการชั่งในวันที่ 27 มิถุนายน 2552 จำนวน 200 กรัม ความยาวเพิ่มขึ้น 2 เซนติเมตร พัฒนาการเพิ่มเติมวันนี้เจ้าหน้าที่ตรวจพบการตอบสนองของการกระพริบตาเมื่อ ถูกสัมผัส เล็บยาว ดำเนื่องจากลูกสามารถใช้ขาหลังเกาตามลำตัวได้ ลูกหมีสามารถคลานได้ในตู้อบ แข็งแรง สมบูรณ์ มีแรงดิ้นสู้กับมือของเจ้าหน้าที่มากขึ้น

ขอขอบคุณ

สวนสัตว์เชียงใหม่ องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พัฒนาการลูกหมีแพนด้า อายุ 32 วัน (28 มิ.ย. 52)

ภายหลังจากแยกลูกเพื่อตรวจสุขภาพใน วันที่ 27 ที่ผ่านมา เมื่อนำลูกส่งคืนหลินฮุ่ยอุ้มลูกกินนมค่อนข้างแน่น ลูกแพนด้าได้ดูดนมเฉพาะเต้านมด้านบน และพยายามคลานไปหาหัวนมที่เต้านมด้านล่าง แต่ไม่สามารถคลานไปได้ จึงเริ่มร้องงอแงในลำคอ ผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำให้พี่เลี้ยงป้อนแอบเปิ้ลหรือแครอทให้กับหลินฮุ่ยเพื่อ ให้หลินฮุ่ยคลายมือออกภายหลังจากคืนลูกให้ เพื่อเปิดทางให้ลูกสามารถคลานไปดูดนมที่เต้าด้านล่างได้สะดวกขึ้น การที่ลูกดูดนมได้เฉพาะสองเต้าด้านบนจะไม่เพียงพอ เนื่องจากลูกแพนด้าโตมากขึ้นจะมีความต้องการดูดนมมากขึ้น และใช้เวลาดูดแต่ละเต้าไม่นาน น้ำนมที่คั่งอยู่จะหมด ซึ่งจะต้องใช้เวลาผลิตใหม่ ดังนั้น หากลูกแพนด้าได้ดูดนมเต้าล่างด้วยจะช่วยให้ลูกแพนด้าร้องงอแงลดลง

ในช่วงหัวค่ำ หลินฮุ่ยกินไผ่ตงได้ดี ขณะนี้ชอบกินใบไผ่มาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีเนื่องจากใบไผ่เป็นแหล่งของโปรตีน จะช่วยเพิ่มพลังงานสำหรับการเลี้ยงลูกของหลินฮุ่ยได้ดี ในช่วงกลางดึกจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการนอนหลับ สลับกับการอุ้มลูกกินนม ลูกน้อยในขณะนอนบนพื้นจะพบพฤติกรรมการยืดตัว และยกหัวคล้ายจะเริ่มคลาน ซึ่งจะต้องคอยสังเกตพฤติกรรมต่อไป

ทีมงานมีกำหนดการแยกลูกหมีเพื่อตรวจสุขภาพอีกครั้ง ในวันที่ 30 มิถุนายน 2552

ขอขอบคุณ

สวนสัตว์เชียงใหม่ องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พัฒนาการลูกหมีแพนด้า อายุ 28 วัน (25 มิ.ย. 52)

ในช่วงบ่ายของเมื่อวาน ทีมงานสามารถแยกลูกหมีเพื่อตรวจสุขภาพและซักซ้อมกระบวนการในการแยกลูกหมี น้ำหนักของลูกหมีชั่งเวลา 14.30 น.วันที่ 23 มิถุนายน 2552 1,280 กรัม เพิ่มจากช่วงเช้าจำนวน 10 กรัม ขนาดลำตัวคงที่ สามารถแยกลูกหมีได้เป็นระยะเวลา 30 นาที แม่หลินฮุ่ยเริ่มเดินกระวนกระวายไม่กินอาหารทีมงานจึงนำลูกกลับไปคืน ตลอดช่วงเย็นและกลางคืน พี่เลี้ยงหมีแพนด้าได้ดำเนินการฝึกให้หลินฮุ่ยมานั่งกินอาหารในคอกนอนเดิม ซึ่งสามารถแยกส่วนจากบริเวณให้นมลูกได้ เพื่อการปรับเปลี่ยนวิธีการแยกลูกออกจากแม่ ซึ่งหลินฮุ่ยเรียนรู้ได้รวดเร็ว และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

ในช่วงเช้าของวันนี้ เวลาประมาณ 9.30 น. ทีมพี่เลี้ยงทดลองเรียกให้หลินฮุ่ยเดินมากินอาหารในห้องนอนใหญ่ โดยให้วางลูกทิ้งไว้ หลินฮุ่ยเดินมากินอาหาร และขับถ่าย พี่เลี้ยงจึงสามารถปิดประตูแยกส่วนระหว่างแม่และลูกได้ และเข้าไปอุ้มลูกออกมาโดยตรง ไม่ต้องผ่านกรง ลูกหมีนอนหลับสนิท หลินฮุ่ยมีอาการเป็นห่วงลูกบ้างในระหว่างการกินอาหาร มักจะหันมองหาลูก พี่เลี้ยงจึงนำตุ๊กตาหมีแพนด้าเข้าไปวางในตำแหน่งของลูก โดยทิ้งระยะห่างไม่ให้หลินฮุ่ยได้กลิ่นของตุ๊กตา หลินฮุ่ยคลายกังวลและกินอาหารได้ดีขึ้น เมื่อขับถ่ายและกินอาหารเพียงพอแล้ว หลินฮุ่ยเริ่มแสดงพฤติกรรมต้องการกลับไปในส่วนคอกเลี้ยงลูกอีกครั้งทีมงาน จึงคืนลูกให้กับหลินฮุ่ย ใช้เวลาในการแยกลูก 25 นาที

น้ำหนักลูกแพนด้าปัจจุบัน 1,310 กรัม เพิ่มจากการชั่งในช่วงบ่ายของวันที่ 23 มิถุนายน 2552 จำนวน 30 กรัม ขนาดลำตัว 30 เซนติเมตร สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง สามารถปรับอุณหภูมิในตู้อบให้ลดลงเหลือเพียง 33 องศาเซลเซียส ลูกหมีนอนได้ โดยไม่ร้องงอแง

พี่เลี้ยงจะดำเนินการแยกลูกหมีอีกครั้งในช่วงบ่ายวันนี้ เวลาประมาณ 14.30 น.

ขอขอบคุณ

สวนสัตว์เชียงใหม่ องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม